ปวดแน่นหน้าอกบ่อยใช่ไหม? คุณอาจเป็นกรดไหลย้อนแบบไม่รู้ตัว!

acid-reflux-without-realizing

อาการปวดแน่นหน้าอกเป็นอาการที่หลายคนมักรู้สึกกังวลและกลัวว่าจะเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดแน่นหน้าอกบ่อยๆ อาจไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจเสมอไป เพราะมีสาเหตุอื่นที่พบบ่อยและน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ โรคกรดไหลย้อน

Table of Contents

กรดไหลย้อนเป็นภาวะที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการไม่สบายในช่องอก ซึ่งบางครั้งอาการเหล่านี้สามารถทำให้รู้สึกปวดแน่นหรือแสบร้อนหน้าอกได้เหมือนกับอาการของโรคหัวใจ จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิดและไม่ทันได้สังเกตว่าตัวเองอาจเป็นโรคกรดไหลย้อนโดยไม่รู้ตัว

โรคกรดไหลย้อนคืออะไร?

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD) เป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมระหว่างปากและกระเพาะอาหาร ทำให้หลอดอาหารเกิดการระคายเคืองและอักเสบได้

โดยปกติแล้ว กล้ามเนื้อหูรูดที่ปลายหลอดอาหาร (Lower Esophageal Sphincter หรือ LES) จะทำหน้าที่เป็นประตูปิดเปิด เพื่อป้องกันไม่ให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา แต่ในผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน กล้ามเนื้อหูรูดนี้อาจทำงานผิดปกติหรืออ่อนแรง ทำให้กรดสามารถไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายขึ้น

สาเหตุหลักของกรดไหลย้อน

  • กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารอ่อนแรงหรือทำงานผิดปกติ ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น กินอาหารมื้อหนักหรืออาหารรสจัดมากเกินไป
  • การนอนหลังรับประทานอาหารทันที ทำให้แรงดันในกระเพาะเพิ่มและกรดไหลย้อนขึ้นมา
  • น้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
  • สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อหูรูดอ่อนแรง
  • ความเครียดและการใช้ยาบางชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร

อาการของกรดไหลย้อนที่ควรรู้

โรคกรดไหลย้อนมีอาการที่หลากหลายและบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยสับสนกับโรคอื่น ๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจ ดังนั้นการรู้จักอาการที่ชัดเจนของกรดไหลย้อนจะช่วยให้คุณสามารถสังเกตและรับมือได้อย่างถูกต้อง

อาการกรดไหลย้อน

อาการหลักของกรดไหลย้อน

  • แสบร้อนหน้าอก (Heartburn)
    เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารมื้อหนักหรืออาหารรสจัด รู้สึกเหมือนมีความร้อนหรือแสบร้อนบริเวณกลางอกหรือใต้ลิ้นปี่ อาการนี้อาจลุกลามขึ้นไปถึงลำคอหรือคอได้
  • น้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาที่ปาก
    เมื่อกรดไหลย้อนขึ้นมาถึงลำคอ อาจทำให้รู้สึกมีรสเปรี้ยวหรือขมในปาก ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของกรดไหลย้อน
  • เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก
    รู้สึกเหมือนมีแรงกดดันหรือแน่นบริเวณหน้าอก อาการนี้อาจทำให้ผู้ป่วยตื่นตระหนกเพราะคล้ายกับอาการของโรคหัวใจ
  • กลืนลำบากหรือกลืนแล้วเจ็บคอ
    กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาอาจทำให้หลอดอาหารอักเสบ จนเกิดอาการเจ็บหรือรู้สึกติดขัดเวลากลืนอาหาร

อาการเสริมที่อาจพบร่วม

  • ไอเรื้อรัง
    กรดไหลย้อนที่ขึ้นไปถึงลำคอหรือทางเดินหายใจ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เสียงแหบ เจ็บคอเรื้อรัง
    กรดที่ระคายเคืองลำคอ อาจทำให้เสียงแหบหรือเจ็บคอเรื้อรังโดยไม่มีการติดเชื้อ
  • ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน
    บางรายอาจมีอาการท้องอืดหรือคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร
  • เสมหะคาในคอ รู้สึกเหมือนมีก้อนในลำคอ
    อาการนี้เกิดจากการระคายเคืองของกรดที่หลอดอาหารและลำคอ

สัญญาณที่ควรระวัง

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้

อาการกรดไหลย้อน vs อาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจ

อาการปวดแน่นหน้าอกเป็นอาการที่หลายคนกังวลว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ในความเป็นจริง อาการเจ็บหน้าอกจากโรค กรดไหลย้อน ก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ทำให้หลายคนสับสนและไม่แน่ใจว่าควรจะต้องกังวลหรือรีบพบแพทย์หรือไม่

การเปรียบเทียบอาการเจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อนและโรคหัวใจ

ลักษณะอาการ

กรดไหลย้อน

โรคหัวใจ (เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด)

ตำแหน่งอาการ

กลางอก บริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือกลางอก

กลางอก อาจลามไปแขนซ้าย คอ หรือกราม

ลักษณะความเจ็บปวด

แสบร้อน แน่น หรือเจ็บแบบร้อนผ่าว

แน่น หนัก บีบ หรือบีบรัด

เวลาเกิดอาการ

มักเกิดหลังรับประทานอาหาร หรือเวลานอน

มักเกิดตอนออกแรง หรือเครียด

อาการร่วม

น้ำรสเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมา ไอ เจ็บคอ

เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก

การบรรเทาอาการ

ยาลดกรด หรือการปรับพฤติกรรมช่วยได้

ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

ทำไมต้องแยกแยะอาการให้ถูกต้อง?

การแยกแยะอาการเจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อนและโรคหัวใจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโรคหัวใจอาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กรดไหลย้อน แม้จะทำให้รู้สึกไม่สบาย แต่โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการปวดแน่นหน้าอก?

  • หากอาการเจ็บหน้าอกเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ทันทีทันใด หรือมีอาการร่วม เช่น หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก หน้ามืด ควรรีบไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
  • หากอาการเจ็บหน้าอกเกิดขึ้นบ่อย ๆ หลังรับประทานอาหาร หรือมีลักษณะแสบร้อนหน้าอกร่วมกับน้ำรสเปรี้ยวไหลย้อน อาจเป็นสัญญาณของกรดไหลย้อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน

เมื่อคุณมีอาการปวดแน่นหน้าอกหรืออาการที่สงสัยว่าอาจเป็นกรดไหลย้อน การตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

วินิจฉัยกรดไหลย้อน

การซักประวัติและตรวจร่างกาย

แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการสอบถามประวัติอาการอย่างละเอียด เช่น ลักษณะของอาการ ความถี่ ระยะเวลาที่เกิด และปัจจัยที่กระตุ้นหรือบรรเทาอาการ รวมถึงประวัติสุขภาพทั่วไปและพฤติกรรมการรับประทานอาหาร จากนั้นจะตรวจร่างกายเพื่อดูความผิดปกติที่อาจพบได้

การส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น

(Gastroscopy หรือ Upper Endoscopy)

เป็นวิธีตรวจที่นิยมใช้มากที่สุด โดยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กผ่านทางปากลงไปดูภายในหลอดอาหารและกระเพาะอาหารโดยตรง เพื่อประเมินความผิดปกติ เช่น การอักเสบ แผล หรือความเสียหายของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ (Biopsy) เพื่อตรวจทางพยาธิวิทยาได้ด้วย

การตรวจเอกซเรย์กลืนสารทึบแสง

(Barium Swallow)

ผู้ป่วยจะดื่มสารทึบแสงชนิดพิเศษ แล้วแพทย์จะถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อดูโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของหลอดอาหาร วิธีนี้ช่วยตรวจหาความผิดปกติ เช่น การตีบตันหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติของหลอดอาหาร

การวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหาร

(24-hour pH Monitoring)

เป็นการตรวจวัดระดับกรดในหลอดอาหารตลอด 24 ชั่วโมง โดยแพทย์จะสอดสายตรวจขนาดเล็กผ่านจมูกลงไปในหลอดอาหาร เพื่อตรวจจับว่ามีกรดไหลย้อนขึ้นมาบ่อยแค่ไหนและช่วงเวลาใดบ้าง วิธีนี้ช่วยยืนยันการวินิจฉัยกรดไหลย้อนได้อย่างแม่นยำ

การตรวจวัดแรงดันหลอดอาหาร

(Esophageal Manometry)

เป็นการตรวจวัดแรงดันและการทำงานของกล้ามเนื้อหลอดอาหารและกล้ามเนื้อหูรูด เพื่อประเมินการทำงานของหลอดอาหารและช่วยวินิจฉัยสาเหตุของกรดไหลย้อน

การวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหาร

(24-hour pH Monitoring)

เป็นการตรวจวัดระดับกรดในหลอดอาหารตลอด 24 ชั่วโมง โดยแพทย์จะสอดสายตรวจขนาดเล็กผ่านจมูกลงไปในหลอดอาหาร เพื่อตรวจจับว่ามีกรดไหลย้อนขึ้นมาบ่อยแค่ไหนและช่วงเวลาใดบ้าง วิธีนี้ช่วยยืนยันการวินิจฉัยกรดไหลย้อนได้อย่างแม่นยำ

สรุป

อาการปวดแน่นหน้าอกบ่อย ๆ อาจทำให้หลายคนกังวลและกลัวว่าจะเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ แต่ในความเป็นจริง โรคกรดไหลย้อนก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน และมักถูกมองข้ามหรือไม่รู้ตัว นอกจากนี้ เรายังได้ทราบถึงวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน เช่น การส่องกล้องตรวจ การวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหาร และการตรวจอื่น ๆ ที่ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม